แสดงเวอร์ชันเต็ม : ขำัขัน อ้ายแดงดื้อ
กระดิ่งทองแดง
23-09-09, 09:50
ของผมที่อยากอ่านเพราะมาจากเรื่องที่พ่อเล่าให้ฟังก่อนนอนเรื่องไอ้แดงดื้อครับ ฮามากตอนนั้น
ตอนแรกคนเป็นเรื่องนั้นละครับ จำไม่ได้ว่าชื่อตอนอะไร ^^
เอ่อ รู้สึกแดงดื้อจะอยู่ในตอน "สามเกลอเล่านิทาน" เป็นตอนที่สามเกลอเล่านิทานกัน แดงดื้อเป็นนิทานที่เล่าโดยนิกร
ตอนนี้เป็นตอนสั้นๆ อยู่ท้ายเล่มครับ ของผดุงฯ นี่แหละ แต่ผมจำไม่ได้ว่าเรื่องหลักคือเรื่องอะไร
(ตัดจากตอน "สามเกลอเล่านิทาน" มาอ่านกันเล่น ๆ นะครับ)
อ้ายแดงดื้อ
นายจอมทะเล้นอมยิ้ม แล้วเล่านิทานของเขา ทำเสียงเหมือนกับเด็กชั้นประถมอ่านหนังสือเรียน
"ลาโง่ตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องเพราะจับใจ ใคร่จะร้องได้อย่างนั้นบ้าง จึงถามจิ้งหรีดว่าเจ้ากินอะไรจึงร้องเสียงเพราะ จิ้งหรีดตอบว่า เรากินน้ำค้าง ---"
"เฮ้ย" หลายต่อหลายคนอุทานขึ้นพร้อม ๆ กัน
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ว่า "นี่มันไม่ใช่นิทานนี่โว้ย"
"อ้าว นิทานอิสปยังไงล่ะครับ หรือจะฟังเรื่องอื่นก็ได้ ทีนี้นิทานจริง ๆ ครับ เรียกว่าหัสนิทาน ฟังแล้วหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ถ้าไม่หัวเราะเอามือจี้เอวเป็นหัวเราะแน่"
"เรื่องอะไรของแก" เจ้าคุณประสิทธิ์ ฯ ถาม
"เรื่องอ้ายแดงดื้อครับ"
คุณหญิงวาดอมยิ้ม
"ท่าจะเข้าที นิทานตลกหรือ"
"ตลกซีครับ ปู้โธ่ - ชั้นนี้เล่าแล้วต้องหัวเราะกันเหงือกแห้งแดงแจ๋ไปเลย"
เจ้าคุณปัจจนึก ฯ ทำตาโต
"เดี๋ยวก็เตะเข้าให้เท่านั้น"
นิกรนั่งตัวตรง กระแอมเบา ๆ นิ่งอึ้งไปสักครู่ก็เริ่มเล่านิทานของเขา
"ในกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ประมาณ พ.ศ. -- ง่า -- เดี๋ยวนึกก่อน"
ดร. ดิเรกยกมือผลักหน้านายจอมทะเล้นเต็มแรง
"ไม่ต้องบอก พ.ศ. โว้ย เล่าไปเถอะ"
กระดิ่งทองแดง
23-09-09, 09:51
นิกรหัวเราะ
"มีเด็กชายคนหนึ่งชื่ออ้ายแดง เป็นลูกของพ่อแม่ที่ยากจนอาศัยอยู่ที่ชายป่า เด็กคนนี้ขี้เกียจหมาไม่กินทีเดียว ทั้งดื้อทั้งด้าน จนกระทั่งพ่อแม่เรียกว่าอ้ายแดงดื้อ ขณะนั้นอ้ายแดงดื้ออายุ ๑๒ ขวบ ไม่เคยยอมให้พ่อแม่ใช้สอยอะไรเลย อีตาพ่อเกรงว่าอ้ายแดงดื้อจะเสียคนก็เริ่มต้นใช้อำนาจบังคับเฆี่ยนตีอ้ายแดงดื้อให้ช่วยกันตักน้ำตำข้าว ช่วยทำงานต่าง ๆ ไม่ทำก็ตี"
ประไพทำปากแบะ ยกมือเช็ดน้ำตา
"โถ - ตัวแค่นั้น เฆี่ยนมันมันก็เจ็บแย่"
นิกรมองดูเมียรักของเขาแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก
"ไพ - ไพจ๋า เรื่องตลกน่ะไม่ใช่เรื่องโศก"
ประไพหัวเราะ
"หรือคะ ไม่รู้นี่ ไพนึกว่าเรื่องโศกก็จะช่วยร้องไห้ให้มันสมเหตุผล เป็นการช่วยให้นิทานของกรมีรสชาติขึ้นยังไงล่ะคะ เล่าต่อไปเถอะค่ะ"
นิกรว่า "ตาพ่อใช้ให้อ้ายแดงดื้อไปหาปลาที่หนองน้ำแห่งหนึ่ง ขู่ว่าถ้าไม่ได้ปลากลับมาจะเฆี่ยน อ้ายแดงดื้อคว้าเบ็ดได้เดินดุ่มด้นดั้นโดกเดกไปจากบ้าน ผ่านวัดวัดหนึ่งตรงไปยังหนองน้ำ วันนั้นอ้ายแดงดื้อได้ปลาช่อนมาหนึ่งตัว พอได้ปลาก็รีบกลับบ้าน เดินผ่านวัดใกล้พลบค่ำแล้ว"
"อุ๊ยตาย" เจ้าแห้วอุทาน "รับประทานท่าจะถูกผีหลอก"
นิกรหันมาทำตาเขียวกับเจ้าแห้วแล้วเล่าต่อไป
"อ้ายแดงดื้อรู้สึกเมื่อยขาก็นั่งพักอยู่ข้างเชิงตะกอนเผาผี บังเอิญที่วัดนั้นมีการเผาศพ เพิ่งเผาเสร็จเรียบร้อย เจ้าภาพกลับบ้านหมดแล้ว ไฟที่เชิงตะกอนยังลุกแดงอยู่ ว้า - ขี้เกียจเล่าแฮะ"
คุณหญิงวาดลืมตาโพลง
"เล่าให้จบพ่อกรกำลังสนุกเชียวเร็ว - แล้วยังไง"
นิกรจำใจต้องเล่าต่อไป
"อ้ายแดงดื้อคิดในใจว่า ควรจะย่างปลาตัวนี้เอากลับบ้าน ดีกว่าไปถึงบ้านแล้วถูกพ่อแม่บังคับให้ติดไฟย่างปลาหรือแกงปลาช่อนตัวนี้ คิดสำเร็จพลัน อ้ายแดงดื้อก็หิ้วปลาขึ้นไปบนเชิงตะกอน จัดแจงย่างปลาช่อนตัวนั้นทันที กลิ่นปลาหอมฟุ้งไปทั่ว ผีที่เชิงตะกอนอดอยากมานานแล้ว -- ว้า -- จบเสียทีขี้เกียจเล่า"
กระดิ่งทองแดง
23-09-09, 09:53
ดร. ดิเรกเพิ่งนึกสนุก เอื้อมมือเขย่าแขนนายการุณวงศ์
"เรื่องนี้สนุกโว้ย เล่าต่อไปเถอะ ไหว้ละ อย่าเล่นตัวหน่อยเลยวะ ผีมันแย่งปลาอ้ายแดงดื้อใช่ไหม"
นิกรพยักหน้า
"ฮื่อ ผีมันจะแย่งปลา แต่อ้ายแดงดื้อเป็นเด็กกระดูกอย่างที่เรียกว่ากระดูกขัดมัน พอผีเอื้อมมือขึ้นมาจะหยิบปลา อ้ายแดงดื้อซึ่งเป็นเด็กไม่กลัวผี ก็คว้าข้อมือผีไว้"
"อุ๊ย" คุณหญิงวาดร้องลั่น "แหม - กล้าเหลือเกิน"
นิกรเล่าต่อไป
"อ้ายแดงดื้อขู่ตะคอกผีทันที มึง - มึงขโมยปลากู กูจะจับมึงใส่หม้อเอาไปถ่วงน้ำไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด หน็อยแน่ เล่นกะใครไม่เล่น เล่นกะคนอย่างกู ทีนี้อ้ายผีตกใจใหญ่ ร้องวิงวอนกับอ้ายแดงดื้ออย่างน่าสงสาร กลัวแล้วคร้าบ - ปล่อยผมเถอะคร้าบ"
ประไพถามว่า "แล้วอ้ายแดงดื้อปล่อยไหมคะ"
"ไม่ปล่อย ปล่อยได้รึ อ้ายแดงดื้อมีหม้อใส่ไส้เดือนไปใบหนึ่ง พยายามจะจับผีใส่หม้อ ผีร้องวิงวอนอีก คุณหนูครับ ปล่อยผมเถอะครับ ผมมีคำพรอันศักดิ์สิทธิ์ คุณหนูจะต้องการพรอย่างไหนผมจะให้"
คุณหญิงวาดหัวเราะชอบใจ
"อือ - อ้ายแดงดื้อไม่เลว แล้วยังไงพ่อกร"
"อ้ายแดงดื้อนึกในใจว่า มันควรจะเอาพรของผีไว้ช่วยตัวของมันให้มีความสุข มันจึงบอกกับผีว่า อ้ายผีถ้ามึงมีพรอันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ ละก้อกูจะปล่อยมึงไป แต่ว่าอย่าโกหกนะ"
"เจ้าผีว่ายังไง" ดิเรกถาม
"เจ้าผีว่า ไม่โกหกคร้าบ ให้ผมตกนรกซีเอ้า คุณหนูจะเอาพรอย่างไหน อ้ายแดงดื้อหัวเราะลั่น มีทางที่แก้แค้นพ่อแม่แล้ว ต่อไปพ่อแม่จะได้ไม่ใช้ให้มันทำงาน อ้ายแดงดื้อว่าเอายังงี้ก็แล้วกัน ถ้าใครเรียกชื่อข้าขอให้ขี้แตก เรียกเพียงเบา ๆ ก็เพียงแต่เล็ดออกมาหน่อยหนึ่ง ถ้าเรียกอย่างตะโกนแพร่ดออกมาเต็มกางเกงเลย พ่อและแม่ของข้าจะได้ไม่กล้าเรียกข้าใช้อีก"
คณะพรรค ๔ สหายหัวเราะครืน โดยเฉพาะคุณหญิงวาดกับ ๔ นางว่าเสียงอหาย
"แล้วผีตกลงให้พรนี้หรือคะ" นวลละออถามพลางหัวเราะพลาง
กระดิ่งทองแดง
23-09-09, 09:55
"ตกลงครับ อ้ายผีบอกว่า ได้ครับ พรอันนี้จะเกิดขึ้นแก่คุณหนูนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป อ้ายแดงดื้อดีใจมาก เสียสละปลาช่อนตัวนั้นให้ผี แล้วรีบเดินกลับบ้านร้องเพลงสายฝนมาตลอดทาง พอมาถึงบ้านก็พอดีมืด อีตาพ่อกำลังสุมไฟให้ควาย และเห็นอ้ายแดงดื้อเดินมือเปล่ามาแต่ไกลก็โกรธ คว้าไม้เรียวอันหนึ่งลุกขึ้นตะโกนลั่น อ้ายแดง ทำไมถึงกลับมาค่ำมืดอย่างนี้"
เสียงหัวเราะของคนฟังดังขึ้นอีก
"แล้วตาพ่อ ---" ดิเรกถาม
นิกรหัวเราะ
"ตาพ่อก๊อแพร่ด ๆ ๆ ๆ ๆ เต็มกางเกงไปเลย วิ่งเข้าไปในกระท่อมเพื่อหายากินเข้าใจว่าท้องเสีย อ้ายแดงดื้อนั่งหัวเราะงอหายดีใจที่พรของผีได้ผลเกินคาด อ้ายแดงดื้อนั่งอยู่จนกระทั่งยายแม่ถือไม้เรียวออกมา พอแลเห็นเข้าเท่านั้นแกก็ร้องขึ้นดัง ๆ อ้ายแดง"
กิมหงวนพูดต่อ
"แพร่ด --- แพร่ด ๆ ๆ ๆ ๆ"
นิกรหัวเราะก้าก
"อือ ยายแม่เลอะไปอีกคนหนึ่ง วิ่งอ้าวไปอาบน้ำในคลองหน้าบ้าน ตั้งแต่นั้นมาพ่อและแม่ของอ้ายแดงเรียกชื่ออ้ายแดงดื้อทีไรเป็นได้เรื่อง ไม่เล็ดก็ราด แล้วแต่เสียงเบาหรือเสียงดัง แต่ตาพ่อตามปรกติเป็นคนเสียงดังอยู่แล้ว จึงต้องเปลี่ยนกางเกงวันละหลายครั้ง"
"ว้า" เจ้าคุณประสิทธิ์ ฯ อุทานแล้วหัวเราะ "แล้วใครจะไปเลี้ยงมันได้เมื่อมันเกิดมีมนต์ขลังเช่นนี้"
นิกรอมยิ้ม
"ก็เลี้ยงไม่ได้น่ะซีครับ ๒ ผัวเมียต่างปรึกษาหารือกัน ตาผัวว่า เอามันไปถวายหลวงพ่อที่วัดเถอะวะยาย กูแย่แล้ว เหมือนกับถ่ายยาทุกวัน เรียกอ้ายหนูทีไรขี้แตกทุกที"
ดร. ดิเรกสนใจเรื่องนี้มาก
"เป็นอันว่าเอาไปถวายพระที่วัดข้างบ้าน"
"ถูกแล้ว สองผัวเมียจัดแจงหาดอกไม้ธูปเทียนของถวายพระ เช่นใบชา น้ำตาล แล้วพาอ้ายแดงดื้อไปที่วัดในตอนเพล ตาพ่อแต่งตัวใหม่เอี่ยม ยายแม่ก็งัดผ้าลายผืนใหม่มานุ่ง มาถึงวัดก็ตรงไปที่กุฏิขรัวตา ซึ่งบังเอิญหลวงพ่อองค์นี้หูตึงเสียด้วย พูดอะไรต้องตะโกนดัง ๆ ๒ ผัวเมียพาลูกเข้าไปกราบ หลวงพ่อกำลังฉันเพล ท่านทักทายกับ ๒ ผัวเมียเป็นอย่างดี ตาผัวว่าลูกชายของผมมันโตมากแล้วหลวงพ่อ ผมขอถวายให้เป็นศิษย์ท่านสักคนเถอะครับ จะได้มีวิชาความรู้ติดตัวไปภายหน้า ขรัวตามองดูลักษณะของอ้ายแดงดื้อก็พอใจจึงกล่าวว่า ได้ซีอ้ายทิด ข้าจะเลี้ยงดูมันเอง แต่ว่าอ้ายหนูนี่น่ะมันชื่ออะไรล่ะ ๒ ผัวเมียสะดุ้งโหยงต่างคนต่างมองดูหน้ากันและก็พยักพเยิดให้อีกฝ่ายหนึ่งพูด เพราะไม่กล้าเอ่ยชื่ออ้ายแดงดื้อ"
คุณหญิงวาดหัวเราะจนน้ำหมากหก
"โอ๊ย - แย่เลย แล้วทำยังไงพ่อกร"
"ตาพ่อก็จำใจต้องบอกชื่อลูกชายซีครับ เงยหน้าขึ้นมองดูหลวงพ่อแล้วพูดอ้อมแอ้มในลำคอว่า ชื่อแดงขอรับ ปรื๊ด - ออกมานิดหนึ่งแล้ว เลยโมโหหันมาทำตาเขียวกับเมีย หลวงพ่อไม่ได้ยินก็ถามอีก ลูกมึงชื่ออะไรทำไมไม่บอกข้าล่ะ คราวนี้ตาผัวไม่ยอมพูดเด็ดขาด ยายเมียจำใจต้องบอกหลวงพ่อ ชื่ออ้ายแดงเจ้าค่ะ แพร่ด --- หลวงพ่อยกมือเกาหัว พูดดัง ๆ โว้ย หูกูตึงก็รู้อยู่แล้ว ตาพ่อนึกว่าไหน ๆ อ้ายแดงก็จะต้องอยู่กับหลวงพ่อที่นี่ เลยตะโกนสุดเสียง ชื่ออ้ายแดงคร้าบ --- แพร่ดเสียงยังกับเรือติดท้ายเต็มกางเกงไปเลย หลวงพ่อพยักหน้าหงึก ๆ ร้องออกมาเหมือนเสียงตะโกนว่า อ้อ - ชื่ออ้ายแดงรึ สำคัญจริงโว้ย --- แพร่ด พร้อด แพร่ด ๆ ๆ ๆ ๆ เต็มสบงไปเลย"
ผู้ฟังต่างหัวเราะงอหาย เรื่องของนิกรจบแล้ว . . .
:p
ฮฺ..ฮุ..ฮิ..ฮิ..ฮ่า..ฮ่า..เอิ้ก อ่านที่ไรก็ขำทุกที เรื่องของนิกรนับว่าเป็นไฮไลท์ของสามเกลอเล่านิทานทีเดียวครับ ผมลืมไปแล้วนะเนี่ย พอตุณกระดิ่งทองแดงนำมาเล่าต่อ เลยทำให้พอนึกขึ้นได้ ขอบคุณครับ คริ๊ก..คริ๊ก..คริ๊ก :d :d :d
นักอ่านชั้นอะ
23-09-09, 14:41
โห... คุณกระดิ่งฯ ขยันพิมพ์จริงๆ
ขอบคุณคร้าบ
***
แต่ผมชอบเรื่องแรกที่เจ้าคุณปัจจนึกเล่ามากกว่านะ ฮิฮิ.....พี่ดิ่งลองพิมพ์มาหน่อยสิ
(พี่ดิ่งหันมาทำตาเขียวแล้วบอกว่า "กูพิมพ์เสร็จ มึงก็ขอให้พิมพ์นิทานของกิมหงวนอีกแน่ ฮึ่ม แฮ่")
http://www.satnsun.com/nuke74/modules/Forums/images/smiles/liv_logo.gif
กระดิ่งทองแดง
24-09-09, 13:05
ใครว่าง แล้วอยาก "มีส่วนร่วม" (เห็นใช้คำนี้กันบ่อย) ก็ลุยไปเลยนะครับ
เวบอยู่ไม่ได้หรอกถ้าสมาชิกไม่ "มีส่วนร่วม"
งานนี้ผมขอตัวก่อนละ
ที่โพสต์ ๆ อยู่ทุกวันนี้ความจริงไม่ว่างเลย
กำลังแปลงานวิชาการที่ยากมาก ๆ อยู่ด้วย
จะให้ดีต้องหยุดโพสต์ไปแล้ว
แต่ก็เป็นห่วงเวบ
เห็นสมาชิกปัจจุบันไม่ค่อยอยากจะเขียนอะไรเลยก็กลุ้มแทน
กลัวชมรมจะร้างเหมือนที่เกิดกับห้องสมุดหนังสือเก่ามาแล้ว
:)
***
ไม่เป็นไรครับพี่ดิ่ง ทำแค่เป็นหนังตัวอย่างก็พอ
... เอาว่าใครอยากอ่านนิทานสามเกลอแบบเต็มๆ ก็ไปหา "ขนมแม่เอ้ย" ของผดุงฯ อ่านก็หมดเรื่องแล้ว เพราะเล่มนี้หาไม่ยาก ยังมีขายอยู่ทุกยุคสมัย
http://www.satnsun.com/nuke74/modules/Forums/images/smiles/liv_logo.gif
บูรฉัตร เสียงใส
24-09-09, 23:30
โห เรื่องนี้ขำมากครับ ผม
ขอบคุณมากครับ ที่พิมพ์มาให้ผมระลึกความหลังเมื่อยังเด็ก ตอนนั้นประมาณป.3 ไม่ได้อ่านนานๆแล้วลืมเลือน^^
vBulletin v3.8.4, Copyright ©2000-2012, Jelsoft Enterprises Ltd.